เรียงความเรื่องครู(1)
posted on 19 Nov 2010 16:48 by tearsinheaven in entries-1-
ครั้งนี้ตั้งใจเขียนถึงครู ที่เคยเรียนด้วยในชีวิต อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเราเองก็ศิษย์มีครู 

ด้วยเหตุผลแะไรไม่รู้ อาจเป็นเพราะเป็นช่วงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยันทำให้เกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หลังจากก้าวออกไปจากที่นี่จะไม่มีครูที่ไหนให้เราส่งรายงานอีกต่อไป นี่อาจจะเป็นรายงาน และเป็นเรียงความถึงครูเรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายในชีวิต
-2-
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กอนุบาลใส่กระโปรงแดงไปเรียน (จากที่เดิมเรียนโรงเรียนที่พ่อสอน) เท่าที่จำความได้ และมันยังเป็นภาพที่ชัดเจนในความรู้สึกคือทุกๆวันพ่อจะขับรถออกจากบ้านไปส่งที่โรงเรียนในตัวเมืองซึ่งไกลจากบ้านเกือบ30กิโลเมตร ตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วพ่อก็จะขับรถกลับมาสอนหนังสือที่โรงเรียนของพ่อที่อยู่ใกล้บ้าน ความพยายามที่จะให้ลูกได้รับการศึกษาจากถาบันที่ท่านคิดว่าดีที่สุด เรื่องพวกนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อพ่อเลย ด้วยความที่เป็นโรงเรียนเอกชน ค่าเทอมในตอนนั้นก็เกินกว่าครึ่งนึงของเดินเดือนข้าราชการซี7อย่างพ่อ แต่ตอนนั้นฉันเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ.....
วันแรกของการไปเรียนฉันร้องไห้จะกลับบ้าน ความรู้สึกตอนนั้นคือไม่อยากเรียน ไม่อยากอยู่ที่นี่เลย ครูละมัยอุ้มเด็กคนนั้นออกจากพ่อแต่เด็กคนั้นก็ไม่ยอมหยุด ร้องไห้ กรี๊ด เท่านั้นยังไม่พอ จิกผม ดิ้นพล่าน ทุบตีครูชุดใหญ่ ไม่ยอมกินข้าวที่โรงเรียน ไม่สนใจคุยกับใคร โดนแกล้งบ่อยๆ ผ่านไปหนึ่งปีกับผลการเรียนที่เป็นที่สุดท้ายของชั้น หลังจากนั้น1ปี ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ฉันเริ่มปรับตัวได้กับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ ด้วยความที่พ่อแม่ของเราเป็นครูเหมือนกันและต่างก็รู้จักกัน ทำให้เราสนิทกันอย่างรวดเร็ว จนทุกวันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
เป็นเวลาเกือบ20ปี (ขอบคุณพวกมึงนะ ออยล์ ป่าน แจน กิ๊ฟท์ เตย) จากเด็กขี้แย สมองกลวง ไม่กล้าแสดงออก จำได้ว่าปีนั้นฉันชอบได้ที่สองของชั้น ความรู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ดีใจกับของเล่นที่แม่สัญญาว่าจะซื้อให้ถ้าสอบได้เลขตัวเดียวมากกว่าผลสอบอีก เรามีความสุขกับการเรียน การกินขนมด้วยกัน การเล่นกระโดดยาง จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อกับแม่ตัดสินใจส่งฉันไปอยู่โรงเรียนประจำ
-3-
ฉันได้เรียนที่โรงเรียนโรจนวิทย์ จังหวัดพิษณูโลกตอนชั้น ป.5-6 จำไม่ได้แล้วว่าเราตกลงกันว่ายังไงฉันถึงยอมไปเรียนที่นั่น ทั้งที่ภาพโรงเรียนประจำในสมองตอนนั้นมีแต่ความคับข้องใจ กดขี่กดดัน ไปอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก ต่างครอบครัวต่างที่มา ร้องไห้จะเป็นจะตาย แต่ แค่สองวัน เพราะตอนนั้นมีเพื่อนอีกคนไปอยู่ด้วย(ออยล์) ตอนป.5เราอยู่ห้องเดียวกันแต่ตอยป.6 ออยล์เป็นคนฉลาดเกินกว่าจะอยู่ห้องธรรมดาเลยโดนแยกไปอยู่ห้องคิงส์
โรงเรียนประจะสนุกมาก ชีวิตเหมือนในหนังเรื่องเด็กหอ อาบน้ำรวม จัดการชีวิตเอง พ่อกับแม่ตัดสินใจไม่ผิดเพราะหลังจากนั้นฉันก็โตขึ้นมากในแง่ความคิดและความฉลาด เพราะครูต้อม ซึ่งพวกเรามกเรียกแกว่า ครูเสือ
(ไม่ใช่เพราะแกดุเหมือนเสือ แต่แกนามสกุล เสือสงวนศักดิ์) ครูต้องเป็นครูสอนวิทย์และสูง187ซม. - -''
ครูต้อมเป็นครูที่ดีมากคนนึง ถึงแม้เราจะเกลียดแกเข้าไส้ เพราะเราจะโดนตีด้วยไม้เรียว ถ้าส่งงานประจำวันไม่ตรงเวลา ต้องเขียนเกร็ดความรู้ส่ง ต้องคิดเลขเร็วทุกเช้า ถ้าผิดก็ข้อละ1ที เป็นชีวิตที่มันส์มากอ่ะ โดนตีขนมือด้าน ร้องห่มร้องไห้กัน ตอนนั้นเราเกลียครูมาก(กล้าใช้คำว่าเรา เพราะ ทั้งห้องเกลียดครู รับรอง) แต่เป็นผลดีที่ทำให้เรารู้จักบริหารเวลาในการทำการบ้านและจัดการชีวิตตัวเอง เป็นครูคนแรกที่ฉันคิดว่าเขามความเป็นครูอยู่ในใจเต็มเปื่ยม แล้วที่สำคัญโรงเรียนมีโปรแกรมพิเศษสำหรับเด็กหอ เมื่อเด็กธรรมดาที่เรียนไป-กลับ กลับบ้านตามเวลาเรียนแล้วเด็กหอ จะกลับหอ กินข้าว อาบน้ำ แล้วจากนั้นหกโมงครึ่ง เราต้องใชส่ชุดนอนต่อแถวกันเดินมาเรียนพิเศษรอบดึกกับครูต้อม/ครูอรุณ ที่ผลัดเวรกันสอนหมุนเวียนไปให้ครบทุกวิชา (เป็นไงล่ะ เตรียมเอนท์มาตั้งแต่ป.6 เทพมั้ย)
ชีวิตของเด็กประถมที่ถูกทำให้ชินจากการถูกตี การกล้าแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับครู การฝึกทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เรียนตลอดเวลาจนแทบขี้ออกมาเป็นรายงาน ทำให้ชะตาชีวิตของฉันเปลี่ยนไป...
ซึ่งขออุบไว้เล่าเอนทรี่หน้านะจ๊ะ
มันยาวมากแล้ววว ไว้คราวหลังคงดีกว่า มีคนอ่านหรือเปล่ายังไม่รู้นะเนี่่ย 555
Tags: ครู, เรียงความ12 Comments

สนุกน่ะค่ะที่เล่าตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆจนเติบโตค่ะ


ชาติหน้าจะอ่าน
เยอะเกิน
#1 By novaletio on 2010-11-22 17:32